ไดร์เป่าผมต้องมี มอก. ไหม เช็กเลขมาตรฐานใหม่ก่อนซื้อ
เวลาซื้อไดร์เป่าผม สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่เทียบฟังก์ชัน แต่คือดูตัวอักษร มอก. บนกล่องบรรจุหรือตัวเครื่องก่อน แต่มีจุดที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด: มอก. 1985-2549 เริ่มใช้ในปี 2551 (2008) และปัจจุบันถูกยกเลิกแล้ว เลขที่ต้องดูในปัจจุบันคือ มอก. 60335 เล่ม 2(23)-2564 ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 (2025)
บอกให้ชัดก่อน: เลขเก่ายกเลิกแล้ว เลขใหม่คือเลขที่ต้องตรวจตอนนี้
ฐานข้อมูลมาตรฐานของ สมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เขียนไว้ตรงไปตรงมา สำหรับ มอก. 1985-2549 ระบุว่า 「วันที่เริ่มใช้ : 14 กรกฏาคม 2551 (ปัจจุบันยกเลิกแล้ว)」 คือเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฏาคม 2551 (2008) และปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว
เลขที่มาแทนคือ มอก. 60335 เล่ม 2(23)-2564 ซึ่งฐานข้อมูลมาตรฐานของ สมอ. บันทึกไว้ชัดเจนเช่นกันว่า 「ประเภทมาตรฐาน : มอก. มาตรฐานบังคับ | วันที่เริ่มใช้ : 1 ตุลาคม 2568 | หมายเหตุ : ให้ใช้แทน มอก.1985-2549」 คือเป็นมาตรฐานบังคับ เริ่มใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2568 (2025) และหมายเหตุระบุไว้ว่าให้ใช้แทน มอก.1985-2549
วันที่เริ่มบังคับใช้ไม่ได้กำหนดขึ้นมาลอย ๆ แต่มีสายกฎหมายรองรับครบสาย คือ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 6871 (วันที่ 20 ธันวาคม 2565 (2022)) → ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 42 ง (วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 (2023)) → กฎกระทรวงประกาศลงราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ (วันที่ 4 เมษายน 2568 (2025) เล่ม 142 ตอนที่ 25 ก) → ครบ 180 วันแล้วจึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 (2025)
มาตรฐานใหม่อ้างอิงมาตรฐานสากล IEC 60335-2-23:2016+Amd.1:2019 ส่วนเลขเก่า มอก. 1985-2549 อ้างอิง IEC 60335-2-23:2005 ซึ่งเก่ากว่า พูดอีกอย่างคือ นี่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเลข แต่ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเองก็ถูกปรับปรุงไปอีกรุ่นหนึ่ง
ทำไมเรื่องนี้ต้องเขียนแยกเป็นบทความ: ขนาดคู่มือทางการยังสอนเลขเก่า
จุดที่ยุ่งจริง ๆ อยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ผู้บริโภคจำเลขผิด แต่ตัวแหล่งข้อมูลเองล้าสมัย คู่มือเลือกซื้อรูปแบบ PDF ที่ สมอ. เผยแพร่เอง ข้อ 67 ยังระบุเป็น มอก. 1985-2549 อยู่ หน้าสินค้าของร้านค้าปลีกในไทยก็เช่นกัน เช่นหน้าสินค้าของ SHIMONO F6 Ultimate Hair Dryer ที่ระบุไว้ว่า 「เลข มอก.1985-2549」
พูดอีกอย่างคือ ข้อมูลเรื่อง 'ตรวจ มอก. ของไดร์เป่าผมยังไง' ส่วนใหญ่ที่หาเจอในตลาด ล้วนชี้ไปที่เลขที่ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งไม่ได้แปลว่าสินค้าเหล่านั้นไม่ผ่านมาตรฐาน อาจเป็นสต๊อกเก่า หรือร้านค้าเองก็ยังไม่ได้อัปเดตข้อความ แต่ในฐานะผู้บริโภค การถือเลขที่ยกเลิกไปแล้วไปตรวจสอบ ผลที่ได้ย่อมไม่มีความหมาย
ก่อนซื้อ ดูสามจุดนี้ก่อน
| จุดที่ตรวจ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ | จากนั้นทำอะไรต่อ |
|---|---|---|
| กล่องบรรจุหรือตัวเครื่อง | ตัวอักษร มอก. 60335 เล่ม 2(23)-2564 (ไม่ใช่ 1985-2549) | ดูว่าหาเลขใบอนุญาตหรือชื่อบริษัทเจอด้วยหรือไม่ |
| ข้อมูลใบอนุญาต | เลขใบอนุญาต | นำไปตรวจสอบต่อในระบบทางการของ สมอ. |
| ข้อมูลบริษัท | ชื่อบริษัทที่พิมพ์บนกล่องบรรจุ | ใช้ชื่อบริษัทค้นในระบบทางการได้โดยตรง |
ขอบเขตของมาตรฐานระบุถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับดูแลผม ขน หรือผิวหนังของคนหรือสัตว์ ที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 250V แต่ข้อความนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่พอให้สรุปว่าเครื่องเป่าขนหรือเครื่องตัดขนทุกรุ่นใช้เลขมาตรฐานเดียวกัน ก่อนซื้อต้องตรวจประเภทผลิตภัณฑ์ในฐานข้อมูลของ สมอ. อีกครั้ง
วิธีตรวจใบอนุญาตในระบบทางการของ สมอ.
- หาเลขใบอนุญาตหรือชื่อบริษัทจากกล่องบรรจุหรือตัวเครื่องไดร์เป่าผมก่อน
- เปิดระบบค้นหาใบอนุญาตทางการของ สมอ.
- ค้นด้วยเลขใบอนุญาต เลขมาตรฐาน ชื่อมาตรฐาน หรือชื่อบริษัท
- เทียบเลขใบอนุญาต ประเภทใบอนุญาต วันที่ออกใบอนุญาต และชื่อบริษัทที่ระบบแสดงกลับมา
- ถ้าต้องการยืนยันเพิ่ม เปิดดูไฟล์ PDF ใบอนุญาตที่ระบบมีให้ได้
ตรงนี้มีจุดที่เข้าใจผิดกันบ่อย ระบบนี้ไม่ได้ค้นตามรุ่นสินค้า ถ้ามีแค่ชื่อรุ่นของไดร์เป่าผมอย่างเดียว จะเอาชื่อรุ่นไปใช้เป็นเงื่อนไขค้นหาใบอนุญาตโดยตรงไม่ได้
สถิติผู้ถือใบอนุญาตตามมาตรฐานเดิม
ตัวเลขผู้ผลิต 10 รายและผู้นำเข้า 232 ราย รวม 242 ราย เป็นสถิติในช่วงที่ใช้ มอก. 1985-2549 เดิม ไม่ใช่จำนวนผู้ถือใบอนุญาตตาม มอก. 60335 เล่ม 2(23)-2564 ในปัจจุบัน
| ประเภทใบอนุญาต | จำนวนบริษัท |
|---|---|
| ผลิต | 10 ราย |
| นำเข้า | 232 ราย |
| รวม | 242 ราย |
คำนวณเองก็ง่าย 10 + 232 = 242
ตัวเลขชุดนี้ใช้บอกขนาดฐานผู้ประกอบการในช่วงมาตรฐานเดิมได้เท่านั้น การตรวจสินค้าที่ขายอยู่ในปัจจุบันต้องค้นด้วยเลขใบอนุญาตหรือชื่อบริษัทในระบบของ สมอ. โดยตรง
ทำไมถึงมองว่า มอก. เป็นเรื่องมีก็ได้ไม่มีก็ได้ไม่ได้
ในการบังคับใช้กฎหมายจริง เคยมีการตรวจยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มี มอก. จำนวน 111,462 ชิ้น มูลค่า 10,962,301 บาท จากโกดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งในนั้นมีทั้งไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม และที่ม้วนผม
บทลงโทษก็มีเพดานกำหนดไว้ชัดเจน การนำเข้าสินค้าที่ไม่มี มอก. มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อไดร์เป่าผมในไทย ต้องมี มอก. ไหม
ต้องมี ไดร์เป่าผมจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับดูแลผิวหนังหรือเส้นผม มาตรฐานบังคับปัจจุบันคือ มอก. 60335 เล่ม 2(23)-2564 (เริ่มใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2568 (2025))
บนอินเทอร์เน็ตบอกว่าไดร์เป่าผมต้องดูเลข มอก. 1985-2549 ยังใช้ได้อยู่ไหม
ไม่ถูกต้องแล้ว มอก. 1985-2549 เริ่มใช้ในปี 2551 (2008) และปัจจุบันถูกยกเลิกแล้ว เลขที่ต้องดูตอนนี้คือ มอก. 60335 เล่ม 2(23)-2564 ทั้งนี้คู่มือเลือกซื้อของ สมอ. เองและหน้าสินค้าจำนวนไม่น้อย ยังใช้เลขเก่าที่ยกเลิกแล้วนี้อยู่ ตอนซื้อจึงต้องแยกให้ออก
จะตรวจใบอนุญาต มอก. บนไดร์เป่าผมว่าจริงหรือปลอมได้อย่างไร
เข้าไปที่ระบบค้นหาใบอนุญาตทางการของ สมอ. ค้นด้วยเลขใบอนุญาต เลขมาตรฐาน ชื่อมาตรฐาน หรือชื่อบริษัท แล้วเทียบเลขใบอนุญาต ประเภทใบอนุญาต วันที่ออกใบอนุญาต ชื่อบริษัท และไฟล์ PDF ใบอนุญาต
ใส่ชื่อรุ่นของไดร์เป่าผมค้น มอก. โดยตรงได้ไหม
ไม่ได้ เครื่องมือค้นหาของ สมอ. ตัวนี้ไม่ได้ค้นตามรุ่นสินค้า ก่อนซื้อจึงต้องหาชื่อบริษัทหรือเลขใบอนุญาตจากกล่องบรรจุหรือตัวเครื่องก่อน
นำเข้าหรือจำหน่ายไดร์เป่าผมที่ไม่มี มอก. มีโทษอย่างไร
การนำเข้าสินค้าที่ไม่มี มอก. มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มาและการตรวจสอบ
ตัวเลขในบทความนี้ตรวจสอบเมื่อ 24 สิงหาคม 2569 (2026) อัตราค่าไฟและราคาสินค้ามีการปรับเป็นระยะ แนะนำให้ตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลทางการอีกครั้งครับ
- TISI — ระบบค้นหาใบอนุญาต มอก. — ข้อมูลจากแหล่งรอง ควรตรวจสอบเทียบกับต้นทาง
- TISI — ระบบค้นหาใบอนุญาต มอก. — ข้อมูลจากหน้าต้นทางโดยตรง
- TISI (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) — ข้อมูลจากหน้าต้นทางโดยตรง
- shimono.co.th — เนื้อหาจากผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายเอง ไม่ใช่งานวิจัยอิสระ
- TISI — ฐานข้อมูลมาตรฐาน มอก. — ข้อมูลจากหน้าต้นทางโดยตรง
- TISI — ฐานข้อมูลมาตรฐาน มอก. — ข้อมูลจากหน้าต้นทางโดยตรง