ฉลากเบอร์ 5 ติดดาว ต่างกันยังไง — ดาวเยอะ ประหยัดกว่า แต่ไม่ได้เย็นกว่า
เวลาเห็น เบอร์ 5 ติดดาว ให้เข้าใจก่อนว่าดาวใช้แบ่งระดับความประหยัดไฟ ไม่ใช่อันดับความสามารถในการทำความเย็น ระบบใหม่มีทั้งหมด 6 ระดับ ได้แก่ ไม่มีดาว, 1★, 2★, 3★, 4★ และ 5★ ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัดไฟ ส่วนแอร์จะเย็นพอหรือไม่ ต้องดูว่า BTU เหมาะกับห้องหรือเปล่า
แยกให้ออกก่อนว่า ดาวกำลังเปรียบเทียบอะไร
เบอร์ 5 ติดดาว ของ EGAT ใช้จำนวนดาวเพื่อแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน ระบบใหม่ขยายจากเดิม 1-3 ดาว เป็น 1-5 ดาว และเมื่อรวมระดับไม่มีดาวแล้ว จะมีทั้งหมด 6 ระดับ โดยเริ่มใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 1 มกราคม 2567 (2024)
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ จำนวนดาวบอกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าทำความเย็นได้แรงแค่ไหน เมื่อเห็น 5★ จึงเข้าใจได้ว่าอยู่ในระดับที่ประหยัดไฟกว่าตามระบบฉลากนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเย็นกว่า 3★ เสมอไป
ทำไมในปี 2569 (2026) ยังเห็นฉลาก 3 ดาวอยู่
แม้ระบบนี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 (2024) แต่บทความของ EGAT ลงวันที่ 30 มกราคม 2569 (2026) ระบุว่า สินค้าที่ใช้ฉลากแบบใหม่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 (2026) และประเภทสินค้าที่ครอบคลุมโดยฉลากใหม่ก็เพิ่มจาก 27 ประเภทเป็น 45 ประเภท
ดังนั้น ในปี 2569 (2026) จึงอาจเห็นฉลากแบบเดิม 1-3★ และฉลากแบบใหม่ 1-5★ อยู่บนชั้นวางพร้อมกันได้ หากเห็น 3★ อย่าเพิ่งสรุปทันทีว่าเป็นระดับสูงสุด ควรดูจำนวนช่องดาวบนฉลากและเช็กว่าเป็นรูปแบบฉลากใหม่หรือไม่
ข้อมูลบนฉลากที่ควรดูจริง ๆ
| รายการบนฉลาก | บอกอะไรได้ |
|---|---|
| ระดับดาวประสิทธิภาพพลังงาน | ใช้ดูระดับความประหยัดไฟ ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัด |
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | ใช้ตรวจสอบว่าฉลากนี้เป็นของผลิตภัณฑ์ประเภทใด |
| ค่าไฟต่อปี บาท/ปี | ใช้เปรียบเทียบและประเมินค่าไฟในแต่ละปี |
| ค่าประสิทธิภาพพลังงาน | ดูข้อมูลประสิทธิภาพพลังงานที่ระบุบนฉลาก |
| ข้อมูลผลิตภัณฑ์ | ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์บนฉลาก |
| ปริมาณการลด CO₂ | ดูข้อมูลการลดการปล่อยที่ระบุบนฉลาก |
| สัญลักษณ์การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | ดูเครื่องหมายด้านการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนฉลาก |
| QR Code | ดู QR Code บนฉลาก |
จุดที่คนมักอ่านผิดคือค่าไฟต่อปี ฉลากแบบใหม่ระบุค่าไฟต่อปีเป็น บาท/ปี ไม่ใช่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อปี
สำหรับแอร์ มอก. กับ เบอร์ 5 ติดดาว ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
สำหรับเครื่องปรับอากาศ มอก. 2134-2565 และ เบอร์ 5 ติดดาว เป็นคนละระบบ ข้อมูลที่เก็บไว้ขณะนี้ระบุว่า มอก. เป็นมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานภาคบังคับ ส่วน เบอร์ 5 ติดดาว เป็นฉลากภาคสมัครใจของ EGAT แต่สถานะบังคับและวันเริ่มใช้ของ มอก. 2134-2565 ในแฟ้มข้อเท็จจริงยังอ้างอิงแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ จึงต้องตรวจซ้ำจากฐานข้อมูลหรือประกาศของ สมอ. ก่อนใช้เป็นข้อสรุปในการซื้อ
ระหว่างรอการยืนยัน ให้ตรวจเลข มอก. ที่พิมพ์บนสินค้าว่าตรงกับประเภทผลิตภัณฑ์ในฐานข้อมูลของ สมอ. หรือไม่ และอย่าใช้จำนวนดาวแทนการตรวจสอบ มอก.
ซื้อแอร์ อย่าใช้จำนวนดาวตัดสินว่าเย็นกว่าหรือไม่
ถ้าแอร์สองเครื่องระบุ 12000 BTU เท่ากัน แล้ว 5★ จะเย็นกว่า 3★ หรือไม่? การเปรียบเทียบแบบนี้กำลังเอาตัวชี้วัดสองอย่างมาปนกัน จำนวนดาวใช้ดูระดับความประหยัดไฟ ส่วนความสามารถในการทำความเย็นต้องดู BTU และความเหมาะสมกับขนาดห้อง
ถ้าให้ความสำคัญกับการประหยัดไฟ ให้เปรียบเทียบจำนวนดาว แต่ถ้าต้องการดูความสามารถในการทำความเย็น ให้ดู BTU อย่าเห็นดาวเยอะกว่าแล้วสรุปว่าความสามารถในการทำความเย็นต้องสูงกว่าตามไปด้วย
คำถามที่พบบ่อย
เบอร์ 5 แบบ 3★ ตอนนี้ยังเป็นระดับสูงสุดหรือไม่?
ไม่เสมอไป ระบบใหม่มีทั้งหมด 6 ระดับ ได้แก่ ไม่มีดาว, 1★, 2★, 3★, 4★ และ 5★ และในปี 2569 (2026) ฉลากแบบเก่ากับแบบใหม่อาจยังพบได้พร้อมกัน จึงควรดูจำนวนช่องดาวและรูปแบบของฉลากใหม่ก่อนครับ
แอร์ 5★ ต้องเย็นกว่า 3★ หรือไม่?
สรุปแบบนั้นไม่ได้ จำนวนดาวใช้วัดระดับความประหยัดไฟ ส่วนความสามารถในการทำความเย็นต้องดู BTU และความเหมาะสมกับห้องครับ
ถ้าเป็น 12000 BTU เท่ากัน 5★ กับ 3★ ควรเข้าใจอย่างไร?
การมี BTU เท่ากันไม่ได้หมายความว่าจำนวนดาวเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องไหนเย็นกว่า ดาวยิ่งมากหมายถึงยิ่งประหยัดไฟ ส่วนความสามารถในการทำความเย็นยังต้องดู BTU และความเหมาะสมกับห้องครับ
ที่มาและการตรวจสอบ
ตัวเลขในบทความนี้ตรวจสอบเมื่อ 24 สิงหาคม 2569 (2026) อัตราค่าไฟและราคาสินค้ามีการปรับเป็นระยะ แนะนำให้ตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลทางการอีกครั้งครับ
- EGAT — ประกาศเพิ่มดาวฉลากเบอร์ 5 จาก 1-3 เป็น 1-5 (2566) — วันที่เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ 1 มกราคม 2567 (2024) และโครงสร้าง 6 ระดับดาว
- EGAT — บทความฉลากเบอร์ 5 ใหม่ (30 มกราคม 2569) — ครอบคลุม 45 ผลิตภัณฑ์ วันวางจำหน่าย 16 มกราคม 2569 และรายละเอียดข้อมูลบนฉลาก (ค่าไฟต่อปี บาท/ปี)