เครื่องฟอกอากาศ กินไฟไหม ค่าไฟเดือนละเท่าไร
เครื่องฟอกอากาศไม่ได้กินไฟมากอย่างที่หลายคนกังวล แม้ในช่วงที่ฝุ่นหนาแน่นจนต้องเปิดต่อเนื่องทั้งวัน เมื่อนำข้อมูลทดสอบของรุ่นที่ได้รับฉลากในไทยมาเทียบกัน คำตอบกลับตรงข้ามกับที่หลายคนคิด: เครื่องฟอกอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังต่ำ และประหยัดกว่าที่คาดไว้มาก
ดูตัวเลขก่อน: รุ่นที่ได้รับฉลากทั้ง 19 รุ่น ใช้กำลังไฟเพียง 20-44 วัตต์
ในฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากประหยัดไฟของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เครื่องฟอกอากาศที่ได้รับฉลากทั้ง 19 รุ่น มีกำลังไฟทดสอบจริงอยู่ระหว่าง 20.1 ถึง 43.9 วัตต์ ทั้งหมด รุ่นที่ใช้กำลังไฟต่ำที่สุดคือ MIDEA KJ200G-Z41 ที่ 20.1 วัตต์ ส่วนรุ่นที่ใช้สูงที่สุดคือ ELECTROLUX EP72-46DGA ที่ 43.9 วัตต์
ตัวเลขระดับนี้เล็กแค่ไหน? แอร์ใช้กำลังไฟระดับกิโลวัตต์ได้ไม่ยาก ขณะที่เครื่องฟอกอากาศใช้เพียงเศษเสี้ยว และไม่มีรุ่นใดเข้าใกล้ 100 วัตต์
⚠️ ต้องย้ำว่า 19 รุ่นนี้คือ รุ่นที่ได้รับฉลากแล้ว ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของตลาดไทย รุ่นที่ไม่ได้เข้าร่วมการติดฉลาก รวมถึงแบรนด์ยอดนิยมบางแบรนด์ จะไม่อยู่ในตารางนี้ ดังนั้นข้อความที่แม่นยำคือ “19 รุ่นที่ได้รับฉลากอยู่ในช่วง 20-44 วัตต์” ไม่ใช่ “เครื่องฟอกอากาศในไทยทุกเครื่องใช้กำลังไฟเท่านี้” ครับ
ค่าไฟต่อปีบนฉลาก คิดจากการเปิดวันละ 8 ชั่วโมง
ฉลากประหยัดไฟจะแสดงตัวเลข “ค่าไฟต่อปี (บาท/ปี)” แต่ตัวเลขนี้มีเงื่อนไขที่หลายคนไม่รู้:
ค่าไฟต่อปีบนฉลาก = กำลังไฟ × 2,920 ชั่วโมง × 5.00 บาท/หน่วย
เมื่อแยกสูตรออกมา จะเท่ากับ “วันละ 8 ชั่วโมง × 365 วัน” และใช้อัตราค่าไฟสมมติ 5.00 บาท/หน่วย ของปี 2566 (2023) ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่อัตราค่าไฟจริงของบ้านคุณ และไม่ใช่รูปแบบการใช้งานที่เปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงในช่วงฝุ่นหนาแน่น
สูตรนี้ตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น DAIKIN MC55ZV1S ใช้กำลังไฟ 38.0 วัตต์ × 2,920 ชั่วโมง × 5.00 = 554.8 ขณะที่ตัวเลขทางการระบุ 555 บาท/ปี ซึ่งตรงกัน เราไล่คำนวณตรวจสอบ 6 รุ่น และทุกตัวมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.5 บาท
ถ้าคิดด้วยค่าไฟจริงและเวลาใช้จริง เดือนหนึ่งจ่ายเท่าไร
หากใช้อัตราค่าไฟแบบขั้นบันไดของไทย โดยคิดตามค่าไฟส่วนเพิ่ม ไม่ใช่อัตราเฉลี่ยแบบง่ายบนฉลาก และยกตัวอย่างบ้านที่ ใช้ไฟรวม 250 หน่วยต่อเดือน ใช้มิเตอร์ประเภท 1.1.2 ค่าใช้จ่ายจะเป็นดังนี้:
| รูปแบบการใช้งาน | รุ่นที่ใช้กำลังไฟต่ำที่สุด (20.1W) | รุ่นที่ใช้กำลังไฟสูงที่สุด (43.9W) |
|---|---|---|
| เปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง | ประมาณ 67 บาท/เดือน | ประมาณ 146 บาท/เดือน |
| เปิดวันละ 8 ชั่วโมง | ประมาณ 22 บาท/เดือน | ประมาณ 49 บาท/เดือน |
⚠️ ตัวเลขทั้งสองแถวผูกกับเงื่อนไขสองข้อข้างต้น คือใช้ไฟรวม 250 หน่วยต่อเดือน และมิเตอร์ประเภท 1.1.2 หากยอดใช้ไฟรวมหรือประเภทมิเตอร์ของบ้านคุณต่างออกไป ค่าไฟส่วนเพิ่มก็จะต่างออกไป และตัวเลขจะเปลี่ยนตาม หากต้องการคำนวณของบ้านตัวเอง ให้ใส่ยอดใช้ไฟจริงลงในเครื่องคำนวณค่าไฟของเว็บไซต์ครับ
สิ่งที่ควรดูจากตารางนี้ไม่ใช่ว่ารุ่นไหนประหยัดกว่า แต่คือช่องว่างระหว่างสองแถว เครื่องรุ่นเดียวกัน เมื่อเปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเทียบกับเปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟต่อเดือนต่างกันประมาณ 3 เท่า ตัวแปรหลักจึงเป็น “เปิดนานแค่ไหน” ไม่ใช่ “ซื้อรุ่นไหน” ครับ
อย่าเอาค่าไฟต่อปีบนฉลากหาร 12 ตรง ๆ
จากเงื่อนไขข้างต้น จึงมีความเข้าใจผิดที่ควรระวังอย่างหนึ่ง คือเอาค่าไฟต่อปีบนฉลากหาร 12 แล้วใช้เป็นค่าไฟต่อเดือน
ลองดู DAIKIN MC55ZV1S อีกครั้ง: ค่าไฟบนฉลาก 555 บาท/ปี หาร 12 จะได้ประมาณ 46 บาท/เดือน แต่ตัวเลขนั้นตั้งอยู่บนการเปิดวันละ 8 ชั่วโมง หากเครื่องรุ่นเดิมเปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง และคำนวณด้วยอัตราค่าไฟแบบขั้นบันไดจริง ค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 127 บาท/เดือน — สูงกว่าประมาณ 81 บาท หรือคิดเป็นราว 2.8 เท่าของ 46 บาท/เดือน
หากในช่วงฝุ่นหนาแน่นคุณเปิดเครื่องทั้งวัน การประเมินจากตัวเลขบนฉลากจะต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงอย่างชัดเจนครับ
รุ่นที่รองรับพื้นที่เท่ากัน อาจใช้กำลังไฟต่างกันเกือบเท่าตัว
ตอนเลือกซื้อ หลายคนดูเฉพาะพื้นที่ใช้งาน แต่รุ่นที่รองรับพื้นที่ระดับเดียวกันอาจใช้กำลังไฟต่างกันมาก ตัวอย่างรุ่นสำหรับพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร: MIDEA KJ200G-Z41 ใช้ 20.1 วัตต์, SHARP FP-S40B-T ใช้ 21.4 วัตต์ ขณะที่รุ่นระดับเดียวกันบางรุ่นใช้ 37.9 วัตต์ — เกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่นแรก
ค่าที่ควรเปรียบเทียบจริงคือ ค่าประสิทธิภาพพลังงาน (ลบ.ม./ชม./วัตต์ หรือฟอกอากาศได้กี่ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงต่อวัตต์ ยิ่งสูงยิ่งประหยัด) ในกลุ่มรุ่นที่ติดฉลาก “เบอร์ 5” เหมือนกัน ค่าสูงสุดอยู่ที่ 14.54 ส่วนค่าต่ำสุดอยู่ที่ 7.50 ต่างกันเกือบเท่าตัว ดังนั้นเห็นแค่ “เบอร์ 5” ยังไม่พอ ต้องดูทั้งระดับดาวและค่าประสิทธิภาพพลังงานจึงจะแยกความต่างได้
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องฟอกอากาศกินไฟมากไหม?
ไม่มากครับ เครื่องฟอกอากาศที่ได้รับฉลากทั้ง 19 รุ่น มีกำลังไฟทดสอบจริงอยู่ในช่วง 20.1-43.9 วัตต์ทั้งหมด จัดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังต่ำ และคนละระดับกับแอร์
เปิดเครื่องฟอกอากาศ 24 ชั่วโมง ค่าไฟเดือนละเท่าไร?
หากยึดตัวอย่างบ้านที่ใช้ไฟรวม 250 หน่วยต่อเดือน และใช้มิเตอร์ประเภท 1.1.2 รุ่นที่ใช้กำลังไฟต่ำที่สุดมีค่าไฟประมาณ 67 บาท ส่วนรุ่นที่ใช้สูงที่สุดประมาณ 146 บาท ตัวเลขนี้ผูกกับเงื่อนไขทั้งสองข้อ หากยอดใช้ไฟหรือประเภทมิเตอร์ของบ้านคุณต่างออกไป ผลลัพธ์ก็จะเปลี่ยน ควรใส่ข้อมูลของตัวเองในเครื่องคำนวณครับ
ค่าไฟต่อปีบนฉลาก หาร 12 เป็นค่าไฟต่อเดือนได้ไหม?
ไม่แนะนำครับ ค่าไฟต่อปีบนฉลากคำนวณจากการเปิด “วันละ 8 ชั่วโมง” หากคุณเปิดนานกว่านั้น การหาร 12 จะประเมินต่ำเกินไป เครื่องรุ่นเดียวกันเมื่อเปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง อาจมีค่าไฟมากกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนบนฉลากเกินสองเท่า
เครื่องฟอกอากาศที่ติดฉลาก เบอร์ 5 กินไฟใกล้เคียงกันทั้งหมดไหม?
ไม่ใช่ครับ แม้ติดฉลาก เบอร์ 5 เหมือนกัน แต่ค่าประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดอยู่ที่ 14.54 และต่ำสุดอยู่ที่ 7.50 ต่างกันเกือบเท่าตัว ตอนเลือกซื้อจึงต้องดูทั้งระดับดาวและค่าประสิทธิภาพพลังงาน ไม่ใช่ดูแค่ว่ามี เบอร์ 5 หรือไม่
ถ้าอยากประหยัดไฟ ควรซื้อรุ่นที่ประหยัดกว่าหรือเปิดให้น้อยลง?
การลดเวลาเปิดมีผลมากกว่าครับ เครื่องรุ่นเดียวกัน เมื่อเปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเทียบกับเปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟต่อเดือนต่างกันประมาณ 3 เท่า ส่วนต่างระหว่างรุ่นที่ใช้กำลังไฟต่ำที่สุดกับสูงที่สุดยังน้อยกว่านั้นมาก
ที่มาและการตรวจสอบ
ตัวเลขในบทความนี้ตรวจสอบเมื่อ 25 สิงหาคม 2569 (2026) อัตราค่าไฟและราคาสินค้ามีการปรับเป็นระยะ แนะนำให้ตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลทางการอีกครั้งครับ
- EGAT — ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 — ข้อมูลจากหน้าต้นทางโดยตรง
- EGAT — ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 — ข้อมูลจากหน้าต้นทางโดยตรง